TEERARAT 的个人资料`'•.¸°_«¤´¯`¤»°จงเข็มแข็...照片日志列表更多 工具 帮助

Windows Media Player

`'•.¸°_«¤´¯`¤»°จงเข็มแข็ง อย่าให้เฉาตาย อย่าอ่อนล้า°«¤´¯`¤»_°¸.•'´

สู้ให้ผงาดง้ำ ยัดยืนบนโลกที่มันโหดร้าย
第 1 张,共 35 张
8月31日

เหนื่อย

-------ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่แม่งโคตรเหนื่อย
งานเยอะ เรื่องเยอะ เงินน้อย (ประเด็นหลัก)
---------มีเรื่องที่ต้องให้คิดมากมาย
ไม่อยากจะคิดมาก แต่ทำไม่ได้ พยายามคิดให้น้อยลง แต่ทำไม่ได้
  ---------อยากกลับบ้าน อยากไปเจอหน้าพ่อหน้าแม่ คิดถึงโคด คุยโทรศัพท์แล้วอยากจะร้องไห้
---------เบื่อหน่ายชีวิตวะ
อยากไปเที่ยวไกลๆๆ หรือไม่ก้แค่ในพิโลกก้ได้
อยากไปภูเขา
ไปนอนกางเต้นท์กัน
ปีนเขา
ทำอาหารกินกันเอง
ไปกับเพื่อนเยอะๆๆ
คิดไว้นานแล้ว
แต่แม่งไม่ได้ไปซักที
พอสอบเสร็จเพื่อนๆๆได้คิดกันว่าจาไปน้ำตกกัน
แต่แม่งเสียวเจอน้ำป่า
อยากไปอยากไป
ชีวิตจาได้มีอาไรให้ทำขึ้นมาบ้าง
เซ็งชีวิตที่มันจำเจ ซ้ำซากเต็มทน
 
 
ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนโลกนี้เพื่อเรียนรู้คำว่า "ชีวิต"
8月24日

ระรึกถึงความเป็นไทย

ธงชาติไทย
ตามหลักฐานต่างๆ ปรากฏว่าตั้งแต่สมัยโบราณนั้น ไทยเรายังไม่มีธงชาติโดยเฉพาะ เมื่อเวลาจัดกองทัพไปทำสงคราม จะใช้ธงสีต่างๆ ประจำทัพเป็นเครื่องหมายทัพละสี  ต่อมาเมื่อมีการเดินเรือค้าขายกับต่างประเทศทางตะวันตกในสมัยอยุธยา ได้ใช้ธงสีแดงติดเครื่องหมายว่าเป็นเรือสินค้าของไทย   

จดหมายเหตุของชาวต่างประเทศกล่าวว่า ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเรือฝรั่งเศสแล่นเข้ามาสู่ปากน้ำเจ้าพระยา เมื่อถึงป้อมของไทย  ไทยชักธงชาติฮอลันดาขึ้นรับเรือฝรั่งเศส เพราะไม่มีธงชาติเป็นของตนเอง แต่เรือฝรั่งเศสไม่ยอมสลุต (ยิงปืนสลุต) รับธงฮอลันดาเพราะเคยเป็นคู่อริกันมาก่อน และถือว่าไม่ใช่ธงชาติไทย ฝ่ายไทยจึงแก้ไขโดยนำธงแดงชักขึ้นแทนธงชาติ เรือฝรั่งเศสจึงยอมสลุตคำนับ  ตั้งแต่นั้นมาธงสีแดงจึงกลายเป็นธงชาติของไทยเรื่อยมา

ภาพธงแดงเกลี้ยง


ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังคงใช้ธงสีแดงเกลี้ยงชักเป็นเครื่องหมายประจำเรือค้าขายกับต่างประเทศอยู่  ธงแดงนี้ใช้ชักขึ้นทั้งในเรือหลวงและเรือราษฎร  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงมีพระราชดำริว่า เรือหลวงกับเรือราษฎรควรมีเครื่องหมายให้เห็นแตกต่างกัน จึงมีพระบรมราชโองการให้ทำรูปจักรสีขาวติดไว้กลางธงสีแดง เป็นเครื่องหมายใช้เฉพาะเรือหลวง ส่วนเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปนั้น ยังคงใช้สีแดงเกลี้ยงอยู่

ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ช้างเผือกสามเชือก ซึ่งตามประเพณีไทยถือว่าเป็นเกียรติยศอย่างยิ่งจึงมีพระราชโองการให้ทำ รูปช้างเผือกไว้กลางวงจักรในธงเรือหลวงด้วย สมัยนี้ธงเรือสินค้าของราษฎรก็ยังเป็นธงสีแดง

รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทำหนังสือสัญญาเปิดการค้าขายกับชาวตะวันตก ใน พ.ศ. ๒๓๙๘  มีเรือสินค้าของประเทศต่างๆ ในยุโรปและอเมริกาเดินทางเข้ามาค้าขายมากขึ้น และมีสถานกงสุลตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ สถานที่เหล่านั้นล้วนชักธงชาติของตนขึ้นเป็นสำคัญ จึงจำเป็นที่ไทยจะต้องมีธงชาติที่แน่นอน    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า ธงสีแดงซึ่งเรือสินค้าของไทยใช้อยู่นั้นซ้ำกับประเทศอื่น ยากแก่การสังเกตไม่สมควรใช้อีกต่อไป ควรจะใช้ธงอย่างเรือหลวงเป็นธงชาติ แต่โปรดเกล้าให้เอารูปจักรสีแดงออกเสีย เพราะเป็นเครื่องหมายเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน  คงไว้แต่เป็นรูปช้างเผือกอยู่กลางธงแดงเท่านั้น

ในระหว่างรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  ได้มีการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงหลายครั้ง คือ 
พระราชบัญญัติว่าด้วยแบบอย่างธงสยาม ร.ศ.๑๑๐  
พระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทรศก ๑๑๖    และ
พระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทรศก ๑๑๘ 
ทุกฉบับได้ยืนยันถึงลักษณะของธงชาติว่าเป็น ธงพื้นแดง กลางเป็นรูปช้างเผือกไม่ทรงเครื่อง หันหน้าเข้าเสา ทั้งสิ้น

ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า  เมื่อมองธงชาติซึ่งใช้อยู่ในขณะนั้นแต่ไกล จะมีลักษณะไม่ต่างจากธงราชการเท่าไร และรูปช้างที่อยู่กลางธง ก็ไม่งดงาม จึงโปรดเกล้าฯ ให้ออกประกาศแก้ไขเพิ่มเติม

พระราชบัญญัติธง รัตนโกสินทรศก ๑๒๙  เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๙  แก้ไขลักษณะธงชาติเป็น "ธงพื้นแดง กลางเป็นรูปธงช้างเผือกทรงเครื่อง ยืนแท่น หันหลังเข้าเสา"  ประกาศนี้ให้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๙ เป็นต้นไป  (ขณะนั้น ยังนับเดือนเมษายนเป็นเดือนเริ่มศักราชใหม่)  

ธงชาติ พ.ศ. ๒๔๕๙


ใน พ.ศ.๒๔๖๐ ได้มีการแก้ไขลักษณะธงชาติอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากขณะนั้น ประเทศไทยได้ประกาศตนเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อรบกับเยอรมันนี ออสเตรีย และฮังการี ในสงครามโลกครั้งที่ ๑   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า การประกาศสงครามครั้งนี้ นับเป็นความเจริญก้าวหน้าขั้นหนึ่งของประเทศ  สมควรจะมีสิ่งเตือนใจสำหรับวาระนี้ไว้ในภายหน้า  สิ่งนั้นควรได้แก่ธงชาติ  ทรงเห็นว่าลักษณะที่ได้แก้ไขไปแล้วใน พ.ศ.๒๔๕๙ นั้น ยังไม่สง่างามเพียงพอ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มแถบสีน้ำเงินขึ้นอีกสีหนึ่งเป็นสามสี ตามลักษณะธงชาติของนานาประเทศที่ใช้กันอยู่โดยมากในขณะนั้น เพื่อให้เป็นเครื่องหมายว่าประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับฝ่ายสัมพันธมิตร เพื่อต่อต้านปราบปรามฝ่ายอธรรม  อีกประการหนึ่ง สีน้ำเงินก็เป็นสีประจำพระชนมวารเฉพาะของพระองค์ด้วย จึงเป็นสีที่สมควรจะประกอบไว้ในธงชาติไทยด้วยประการทั้งปวง

การเปลี่ยนธงชาติในครั้งนี้ จมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) ซึ่งรับราชการใกล้ชิดพระยุคลบาทในขณะนั้น ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงลักษณะของธงชาติว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริจะเปลี่ยนธงช้างเป็นธงแถบสี เพราะทรงเห็นความลำบากของราษฎรที่ต้องสั่งซื้อธงผ้าพิมพ์รูปช้างมาจากต่างประเทศ  และบางครั้งเมื่อเกิดความสะเพร่าติดธงผิด รูปช้างกลับเอาขาชี้ขึ้น เป็นที่น่าละอาย หากเปลี่ยนเป็นธงแถบสี ราษฎรก็สามารถทำธงใช้ได้เอง และจะช่วยขจัดปัญหาการติดผิดพลาด  ได้ทรงพยายามเลือกสีที่มีความหมายในทางความสามัคคีและมีความสง่างาม ก่อนออกพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ได้ทรงทดลองใช้ธงริ้วขาวแดงติดอยู่ที่สนามเสือป่าหลายวัน  ภายหลังจึงตกลงพระทัยใช้สีน้ำเงินแก่ เพิ่มขึ้นอีกสีหนึ่ง

การเพิ่มสีน้ำเงินนี้ปรากฏอยู่ในพระราชหัตถเลขาในบันทึกส่วนพระองค์  วันเสาร์ที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๖๐  ว่า ได้ทอดพระเนตรบทความแสดงความเห็นของผู้ใช้นามแฝงว่า "อะแคว์ริส" ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ เดลิเมล์ ภาษาอังกฤษ ฉบับวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๐   ได้ทรงแปลข้อความนั้นลงในบันทึกด้วย มีความโดยย่อว่า

" เพื่อนชาวต่างประเทศของผู้เขียน (อะแคว์ริส) ได้ปรารภถึงธงชาติแบบใหม่ว่า ยังมีลักษณะไม่สง่างามเพียงพอ  ผู้เขียนก็มีความเห็นคล้อยตามเช่นนั้น และเสนอแนะด้วยว่า ริ้วตรงกลางควรจะเป็นสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งถ้าเปลี่ยนตามนี้แล้ว ธงชาติไทยก็จะประกอบด้วยสีแดง ขาว น้ำเงิน  มีสีเหมือนกับธงสามสีของฝรั่งเศส ธงยูเนียนแจ็คของอังกฤษ และธงดาวของสหรัฐอเมริกา  ประเทศพันธมิตรทั้ง ๓ คงเพิ่มความพอใจในประเทศไทยยิ่งขึ้น เพราะเสมือนยกย่องเขา  ทั้งการที่มีสีของพระมหากษัตริย์ในธงชาติ ก็จะเป็นเครื่องเตือนให้ระลึกถึงพระองค์ในวาระที่ประเทศไทยได้เข้าสู่เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ด้วย... "

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เมื่อทรงทดลองวาดภาพธงสามสีสงในบันทึก ทรงเห็นว่างดงามดีกว่าริ้วขาวแดงที่ใช้อยู่ ต่อมาเมื่อเจ้าพระยารามราฆพ (ขณะนั้นยังเป็นพระยาประสิทธิศุภการ) ไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ  ได้นำแบบธงไปถวายเพื่อทูลขอความเห็น  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถก็ทรงเห็นชอบ รับสั่งว่าถ้าเปลี่ยนในขณะนั้นจะได้เป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ด้วย   พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้พระยาศรีภูริปรีชา ร่างประกาศแก้แบบธงชาติ และได้ทรงนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะเสนาบดีเพื่อฟังความเห็น ที่ประชุมลงมติเห็นชอบธงสามสีตามแบบที่คิดขึ้นใหม่

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้น เรียกว่า พระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช ๒๔๖๐ ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐ มีผลบังคับใช้ภายหลังวันออกประกาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ๓๐ วัน   

ธงไตรรงค์ พ.ศ.๒๔๖๐

ลักษณะของธงชาติ มีดังนี้คือ  
เป็นธงรูปสีเหลี่ยมรี ขนาดกว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน  แถบสีน้ำเงินแก่กว้าง ๑ ใน ๓ ของความกว้าง อยู่กลางธง มีแถบสีขาวกว้าง ๑ ใน ๖ ของความกว้างของธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่ากับแถบสีขาว ประกอบข้างนอกอีกข้างละแถบ และพระราชทานนามว่า "ธงไตรรงค์"   ส่วนธงรูปช้างกลางธงพื้นแดงของเดิมนั้น ให้ยกเลิก

ความหมายของสีธงไตรรงค์ คือ 
สีแดง หมายถึง ชาติและความสามัคคีของคนในชาติ 
สีขาว หมายถึง ศาสนาซึ่งเป็นเครื่องอบรมสั่งสอนจิตใจให้บริสุทธิ์ 
สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขของประเทศ

พ.ศ.๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบธงชาติมาหลายครั้ง คือ จากธงพื้นแดงเกลี้ยง มาเป็นธงแดงมีช้างเผือกไม่ทรงเครื่องอยู่กลาง ธงพื้นแดงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น และธงไตรรงค์  แม้ว่าธงไตรรงค์จะให้ความสะดวกในการใช้และการสร้างขึ้นใช้ แต่ธงไตรรงค์ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของต่างประเทศโดยทั่วไปอย่างแพร่หลายว่าเป็นธงชาติไทยเช่นธงช้าง  นอกจากนี้ธงไตรรงค์ยังมีสีคล้ายกับสีธงชาติของบางประเทศและคล้ายกับสีของธงบริษัทต่างประเทศบางแห่ง  ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย ผิดกับธงช้างซึ่งไม่ซ้ำกับธงชาติใดเลย  เพื่อไม่ให้ต้องเปลี่ยนธงชาติบ่อยๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขาธิการบันทึกพระราชกระแสพระราชทานไปยังองคมนตรี ด้วยมีพระราชประสงค์จะทรงฟังความคิดเห็นส่วนมากประกอบพระราชวินิจฉัย  บันทึกฉบับนี้ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๐  กำหนดให้องคมนตรีทั้งหลายทูลเกล้าฯ ถวายความคิดเห็นภายใน ๑๕ วัน  นับแต่ได้รับบันทึก มีข้อควรพิจารณาดังนี้  
(๑) เลิกใช้ธงไตรรงค์แล้วใช้ธงช้างแทน 
(๒) ใช้ธงช้างเป็นธงราชการ ใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติ 
(๓) ใช้ธงช้างเป็นธงราชการและธงชาติ  ใช้ธงไตรรงค์เป็นสีสำหรับประเทศ คือ ใช้ตกแต่งสถานที่ในงานรื่นเริง เป็นต้น
(๔) ใช้ธงไตรรงค์ผสมกับธงช้างพื้นแดงเป็นธงเดียวกัน
(๕) คงใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติตามเดิมดังที่เป็นอยู่ขณะนั้น 

เมื่อองคมนตรีได้ทำหนังสือแสดงความคิดเห็นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว  ปรากฏว่าความเห็นทั้งหมดแตกต่างกันไปและไม่ได้ชี้ขาดลงไป ดังนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คงใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติต่อไป  ตามพระราชวินิจฉัย ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๐

ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้ตราพระราชบัญญัติธงเป็นฉบับแรกในรัชกาล เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๙  ในส่วนที่ว่าด้วยธงชาตินั้นยังคงใช้ธงไตรรงค์ แต่ได้อธิบายลักษณะให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น คือ

ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีขนาดกว้าง ๖ ส่วน ยาว ๙ ส่วน ด้านกว้าง ๒ ใน ๖ ส่วน ตรงกลางเป็นสีขาบ (น้ำเงินเข้ม) ต่อจากแถบสีขาบออกไปทั้งสองข้าง ข้างละ ๑ ใน ๖ ส่วนเป็นแถบสีขาว  ต่อสีขาวออกไปทั้ง ๒ ข้าง เป็นแถบสีแดง  พระราชบัญญัติธงฉบับต่างๆ ที่ออกในสมัยต่อมา ไม่มีข้อความเปลี่ยนแปลงลักษณะของธงชาติอีก ธงไตรรงค์ จึงเป็นธงชาติไทยสืบมาจนปัจจุบัน.

จาก
www.aksorn.com/Lib/S/Soc_04/

ธงริ้วแดงขาว ที่ทดลองใช้ ปี พ.ศ.๒๔๖๐

ธงชาติในสมัยรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕  พ.ศ.๒๓๙๘ - พ.ศ.๒๔๕๙

ธงแดง สมัยรัชกาลที่ ๒ 

ธงแดง ใช้เฉพาะเรือหลวง


 

7月27日

ฟังเพลงจนจนอ้วก

----------วันนี้นั่งฟังเสียงของเครื่องดนตรีว่าคือชนิดอาไร  ของวงออร์เคสตาร์ เล่นเอาเรามึน 
 
----------เปนวิชาที่เรียนง่ายๆๆ  สบายๆๆๆ ฟังเพลงไปแล้วก้หลับ  สบายมากก
 
----------แต่พอถึงเวลาสอบ แม่งยากชิบ เสียงเครื่องดนตรีแม่ง คล้ายๆกันทั้งนั้น กูจาอยกออกไหม กูโง่
 
----------เปนวิชาเลือกกะเรียนสบายยๆๆๆ แม่งทำเอากูเครียด
 
----------นี่ก้จาตี 3และ สอบตอนเที่ยง จาตื่นกี่โมงดีหว่า
 
----------เริ่มมึนและ
 
-----------เครียด  กินเหล้า  จน--------- 
 
           ว่างๆๆ สอบเส็ดก่อน เราจามาว่ากันเรื่องรับร่างรัฐธรรมนูญ
                   ค.ม.ช.จงเจริญ
                   ขอปนกำลังใจให้ทหาร 3จังหวัดชายแดนทุกท่าน  จงสู้ต่อไป จงปลอดภัย
 
 
 
 
4月2日

วันนี้ตื่นเช้าอีกแล้ว

      เมื่อวานเข้ามาในมอ +มาเพื่อดูพี่แบงค์สุดหล่อของกู+แต่แม่งเสือกไม่มา  ไอ้ดีเจมันบอกว่าติดภารกิจด่วน+สาดโคตรกวนตีน+แต่แอนดี้มาแทน+กูละเซง+กูอยากเจอพี่แบงค์ของกู       แต่ก้ดีไปอย่างกินฟรี 555 หนุกดีที่ได้เจอเพื่อนๆ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน
                 
                 กูขอให้เพื่อนของกูหลุดพ้นจากความทุกข์    
                 กูขอให้เพื่อนกูจงมีแต่ความสุข    
                 กูขอให้เพื่อนกูเจอแต่สิ่งดีๆ
                
                           โอมเพี้ยง!!!!!!!จงมีแต่ความสุข 
        มีความสุข  มีความสุข มีความสุข  มีความสุข  มีความสุข สาธุ
                       
                    ++++แล้วเจอกันเมือ่หัวใจและชาติต้องการ++++
2月23日

ไม่ค่อยว่าง

                    *****เออดีดี กันทุกคน*****
                        ที่กูไม่ได้อัฟ เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาว่าง
               ตอนนี้เหนื่อยกัยการสอบมากๆๆ
              เหลือ อีก2 วิชาก้จาเสร็จและก้เหลือแต่วิชาที่ยากโคตร
             เหนื่อยกับการย้ายหอ ปีหน้าพวกมึงๆทั้งหลายก้สามารถมานอนหอกูกันได้
มาอยู่กันได้เต็มที่ มีที่ว่างสำหรับพวกคุณเสมอ
             คิดถึงพวกมึงจัง ไม่รู้เลยว่าตกลงกูจะได้ไปพัทยากับพวกมึงรึป่าว
                                    อนาคตไม่แน่นอน
        วันนี้กูแค่แวะมาเล่นเกมคลายเครียนนิดหน่อย
                         พอแค่นี้ก่อนละกัน
                แล้วเจอกันนะ
 
                         แม้กายห่าง แต่ใจไม่เคยห่างเธอ